posted on 21 May 2012 08:12 by krareinpa
ชายคนหนึ่งนั่งเรือไปประเทศอังกฤษ ระหว่างทางเจอพายุร้าย ผู้คนบนเรือต่างตระหนกแตกตื่น เขาแลเห็นยายแก่คนหนึ่งยังคงนิ่งเฉย นั่งสวดมนต์อย่างสงบเยือกเย็น กระทั่งพายุผ่านพ้นไป เรือพ้นเขตอันตรายแล้ว ชายคนนี้ถามยายแก่ด้วยความประหลาดใจใคร่รู้ว่า ทำไมยายจึงไม่สะทกสะท้านหวาดกลัวแต่อย่างใด ยายแก่ตอบว่า
“ยายมีลูกสาวสองคน คนโตชื่อมาธา พระเจ้าได้มารับตัวเธอกลับสู่สวรรค์ไปแล้ว คนที่สองชื่อมาเรีย อยู่ที่อังกฤษ เมื่อตะกี้ขณะที่เจอพายุนั้น ยายได้อ้อนวอนขอกับพระเจ้า หากรับยายกลับไปที่สวรรค์ ยายก็จะไปเยี่ยมลูกสาวคนโต หากยังมีชีวิตอยู่ ยายก็จะไปเยี่ยมลูกสาวคนเล็ก ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เหมือนกัน แล้วยายจะไปกลัวทำไม”
*** ไม่ว่าจะประสบพบเจอเรื่องใด ๆ ไม่ต้องไปหวาดกลัว แล้วแต่ชะตาชีวิต มั่นใจแน่วแน่นำพาชีวิตผ่านพ้นวันที่ดีที่สุดทุกวัน
*****
posted on 14 May 2012 08:31 by krareinpa
เนื่องจากงานยุ่งเหลือเกิน ไมเคิลรู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่ได้ดั่งใจเลยตลอดเวลา วันหนึ่ง เขาจึงไปต่อว่าพระเจ้า “ลูกทำงานหนักด้วยความขยัน ทำไมยังไม่สบายใจและไม่มีความสุข”
พระเจ้าคิดอยู่สักครู่ จากนั้นจับหอยทากข้างกายออกมาตัวหนึ่ง บอกไมเคิลว่า “ข้ามอบหมายหน้าที่ให้เจ้าอย่างหนึ่ง เจ้าจะต้องเจียดเวลาวันละหนึ่งชั่วโมงจูงหอยทากตัวนี้ไปเดินเล่น ถ้าหากเจ้าทำได้ ชีวิตของเจ้าก็จะมีความสุขสบายใจ”
วันนั้นไมเคิลจึงทำตามที่พระเจ้าบอกทันที แต่ว่าเขาเคยชินกับการยุ่งอยู่กับงาน ไม่ว่าทำอะไรจึงรีบเร่งรวดเร็ว และเจ้าหอยทากก็ช่างเดินช้าเสียนี่กระไร ไมเคิลทั้งเร่งทั้งขู่ทั้งตำหนิต่อว่า แต่หอยทากได้แต่ส่งสายตาที่ขออภัยต่อเขา ราวกับจะบอกว่า “ฉันได้พยายามเต็มที่แล้ว”
ไมเคิลทั้งโกรธทั้งร้อนใจ ทั้งลากทั้งผลักทั้งเตะเจ้าหอยทาก หอยทากได้รับบาดเจ็บก็ยิ่งเดินช้าลง ไมเคิลคิดอยากจะทิ้งเจ้าหอยทากไปไม่สนใจมันอีกต่อไป แต่ก็กังวลว่าไม่รู้จะตอบพระเจ้าอย่างไรดี ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจแก้เชือกออก ปล่อยให้หอยทากเดินเองอย่างช้าๆ ตัวเองคอยเดินตามหลังมันด้วยอิริยาบทที่แทบจะสงบนิ่ง
และในเวลานี้นี่เอง ไมเคิลได้กลิ่นดอกไม้หอมขึ้นทันใด ที่แท้ที่นี่เป็นสวนดอกไม้ จากนั้น เขาได้ยินเสียงนกเสียงแมลง ลมแผ่วๆ โชยมาต้องใบหน้าให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ต่อมาเขายังได้เห็นแสงอาทิตย์ยามอัศดงที่ทอแสงสวยงาม และหมู่ดาวบนท้องฟ้า ไมเคิลเพิ่งเข้าใจเจตนาที่แยบคายของพระเจ้า “พระเจ้าไม่ได้อยากให้ฉันจูงหอยทากไปเดินเล่น แต่เรียกหอยทากจูงฉันไปเดินเล่นต่างหากล่ะ”
*** หากบังเอิญได้เดินเล่นกับหอยทากล่ะก็ คุณอาจจะได้ค้นพบสิ่งสวยงามที่ในยามปกติคุณไม่เคยสังเกตเห็น ชีวิตไม่ได้ขาดแคลนสิ่งดีๆ แต่การยุ่งกับงานจนเกินไปทำให้เราไม่สามารถไปรับรู้กับมัน การทำงานหนักอย่างสมเหตุสมผลและการพักผ่อนอย่างพอเหมาะพอควร คุณจะค้นพบว่าชีวิตช่างสวยงามและสุขใจ ความรีบเร่งในชีวิต ทำให้เราพลาดโอกาสในสิ่งต่างๆ ไปมากมาย
*****
posted on 08 May 2012 09:43 by krareinpa
แมลงวันตัวหนึ่งเห็นมดตัวหนึ่งกำลังลากซากหนอนตัวใหญ่เคลื่อนไป จึงบินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ วนเวียนอยู่เหนือศรีษะของมด
มดมองเห็นแมลงวัน มันหยุดลากแล้วหายใจหอบสักครู่ พร้อมกับทักทายอย่างอบอุ่นว่า “โอ้ สวัสดีพี่แมลงวัน ท่านสบายดีรึ”
“โอว พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”
“เกิดอะไรขึ้นหรือพี่แมลงวัน” มดถามด้วยความเอาใจใส่
“ไม่มีอะไรหรอก แต่ว่า ข้ารู้สึกว่าพวกเจ้าช่างโชคร้ายจริงๆ”
“อึม ทำไมท่านพูดเช่นนี้เล่า”
“ก็อย่างเช่นว่า...” แมลงวันพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “เจ้าดูสิ ข้ามีปีก เจ้าไม่มี ข้าสามารถบินท่องไปในโลกกว้าง เวลาหิวก็บินออกไปไกลหน่อยหาอาหารกิน จะกินอะไรก็มีหมด อาหารเลิศรสทั้งหลายก็เลือกกินได้ เจ้าล่ะ ได้แต่คลานอย่างช้าๆ บนพื้น หาอาหารได้ก็ต้องออกแรงมากมายขนาดนี้ลากกลับบ้านไป ต้องลำบากครึ่งค่อนวันกว่าจะได้กิน อีกทั้งยังต้องกินแต่สิ่งที่ตายแล้ว ใช่หรือไม่ พูดถึงบ้านของพวกเจ้าแล้ว ข้ายังรู้สึกเห็นใจพวกเจ้า พวกเจ้าต้องอยู่แต่ในที่มืดชื้น เวลาฝนตกน้ำท่วมพวกเจ้าก็ลำบาก ยามปกติยังต้องระวังเหล่ามนุษย์ ไม่แน่ว่าเจอพวกชอบก่อความวุ่นวายก็อาจจะทำลายบ้านพวกเจ้าเสีย เจ้าดูข้าสิ วันๆ บินไปบินมาอิสระเสรี พวกเจ้าคงเป็นสัตว์ที่น่าสงสารที่สุดในโลกแล้วล่ะ” แมลงวันถอนใจและส่ายหัวไม่หยุด
“เจ้าพูดไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว” มดถามกลับว่า “แต่ว่าพวกเจ้าเหล่าแมลงวันมีความสุขดังที่ท่านพูดจริงๆ หรือ ใครๆ ก็รู้ว่าพวกเจ้าเป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจ ไม่ว่าจะอยู่ในห้องอาหารของมนุษย์หรือในคอกวัว พวกเจ้าเป็นเป้าหมายของการไล่ตี หากไม่ระวังก็จะถูกตีตาย วันๆ ต้องหนีเอาชีวิตให้รอด วันนี้ดูเหมือนจะว่าง แต่ไม่แน่ว่าหนึ่งนาทีก่อนหน้านี้ถูกมนุษย์ไล่ตีมาหรือไม่ ยังมีอีก แมลงวันอย่างพวกเจ้ายังมีที่ที่น่าสงสารอีกอย่างคือเมื่อถึงหน้าหนาวก็จะต้องหนาวตาย พวกเราชาวมดถึงเวลานั้นนอนอยู่ในรังอย่างสบายใจ กินอาหารที่พวกเราสะสมเอาไว้ พูดถึงที่สุดแล้วพวกเจ้าช่างน่าสงสารกว่าพวกเราอีก” พูดจบ มดก็ฮัมเพลงลากเอาซากหนอนของมันต่อไป
*** มาตรฐานความสุขต่างกัน แม้จะวิจารณ์และตัดสินชีวิตที่ดำเนินไปที่เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ก็ยังต่างกัน สุขหรือไม่นั้น ตัวเองเท่านั้นจึงจะรับรู้ได้ อย่าด่วนสรุปง่ายๆ ว่าผู้อื่นสุขหรือทุกข์ และดีใจกับความสุขที่มองจากภายนอกของตนเองแล้วเสียดสีผู้อื่น การกระทำเช่นนี้ช่างน่าขันนัก ความสุขโดยส่วนใหญ่แล้วกำหนดจากสภาพจิตต่างหาก
*****